ศุกร์, พฤษภาคม 25, 2018
   
Text Size

team style

 
บทความแปล : Team Style อยากเล่นบอลสวยแบบบาร์ซ่าหรือ Team Style ช่วยท่านได้

Team Style คือแถบเกจ ที่เราสามารถปรับได้โดยการเพิ่มหรือลดค่าตั้งแต่ 0-20 บทความที่ผมแปลในวันนี้เขียนตั้งแต่ภาค 2010 แต่ก็ยังคงเอามาใช้ได้ครับเพราะหลักการเดียวกัน โดยตามที่เพื่อนๆได้ดูบอลของจริงคงจะเห็นว่าแต่ละทีมฟุตบอลนั้นก็จะมีรูปแบบการเล่นท​ี่ไม่เหมือนกัน เช่น ถ้าเรื่องบอลสวยงาม เน้นเกมส์รุก ก็ต้อง บาร์ซ่า อาร์เซอนอล บอลที่เน้นเกมส์ทางปีก แมนยู
บอลที่เน้นความหนาแน่นเกมส์รับ อินเตอร์ เชลซี ยุค มูรินโย่ เรามาดูเป็นรายหัวข้อกันเลยนะครับ

AT 20 : ผู้เล่นจะเคลื่อนที่ไปยังข้างหน้าของตำแหน่งคนที่ครองบอล เช่น ถ้า สไนเดอร์ครองบอลในแดนกลาง ผู้เล่นคนอื่นๆก็จะเคลื่อนที่ยืนตำแหน่งอยู่หน้าสไนเดอร์ เพื่อให้มีทางเลือกในการจ่ายบอลหรือเล่นบอล แต่ระวังสักนิด ถ้านักเตะเคลื่อนที่ข้างหน้าไปอัดอยู่ในกรอบเขตโทษกันมากๆ ก็จะทำให้หาพื้นที่ว่างได้ยาก และอาจต้องจบด้วยการยิงไกลจากแถวสองแทน
AT 10 : ผู้เล่นคนอื่นๆจะยืนตำแหน่งใกล้ๆกับลูกบอล เพื่อซัพพอร์ตการเล่น
AT 0 : ผู้เล่นคนอื่นๆจะยืนตำแหน่งข้างหลังคนที่ครองบอล เพื่อคอยปิดพื้นที่ ปิดช่อง

AT 20 : ผู้เล่นคนอื่นๆจะยืนตำแหน่งห่างจากลูกบอล เหมาะกับการเล่นบอลยาว เกมส์เคาเตอร์ แอทแทค
AT 10 : ผู้เล่นคนอื่นๆจะยืนตำแหน่งห่างจากลูกบอลพอดีๆ ไม่ไกล ไม่ใกล้ เกินไปนัก
AT 0 : ผู้เล่นคนอื่นๆจะยืนตำแหน่งใกล้ๆกับคนครองบอล เหมาะกับการเล่นบอลแบบส่งสั้น ต่อบอลเร็ว

AT 20 : นักเตะมีอิสระที่จำเปลี่ยนตำแหน่งกับใครก็ได้ มีประโยชน์ในการดึงตัวประกบให้ออกจากตำแหน่งทำให้เกิดช่อง
AT 10 : นักเตะจะเปลี่ยนตำแหน่งกับผู้เล่นคนอื่นเฉพาะที่เล่นตำแหน่งคล้ายๆกัน
AT 0 : นักเตะจะไม่เปลี่ยนตำแหน่งเลย

AT 20 : นักเตะจะอัดแน่นที่ตรงกลาง และเน้นการทำเกมส์โดยการเจาะทะลุช่อง
AT 10 : ผู้เล่นคนอื่นๆจะยืนตำแหน่งห่างจากลูกบอลพอดีๆ
AT 0 : นักเตะจะยืนถ่างไปทางริมเส้น เพื่อเน้นขึ้นเกมส์ทางปีกหรือโยนบอลครอสเข้ากรอบเขตโทษ

AT 20 : นักเตะจะวิ่งไล่บอลตลอดเวลาเหมือนหมาล่าเนื้อ ไล่บอลทั่วสนาม แต่ก็จะมีข้อเสียคือ เหนื่อยไว เปิดพื้นช่องให้คู่ต่อสู้เจาะ หรือทิ้งตำแหน่งตัวประกบของตัวเองในกรณีที่เป็นกองหลัง
AT 10 : นักเตะก็จะไล่บอลปานกลาง ไล่บอลเฉพาะคู่แข่งที่เข้ามาในแดนที่ตัวรับผิดชอบเท่านั้น
AT 0 : นักเตะจะไล่บอลก็ต่อเมื่อ คู่แข่งพาบอลมาใกล้ตัวมากๆเท่านั้น

AT 20 : นักเตะจะดันสูงมาก เหมาะที่จะใช้คู่กับ offside trap
AT 10 : กองหลังจะยืนตำแหน่งพอดี ไม่สูง ไม่ลึกมากนัก
AT 0 : กองหลังจะยืนตำแหน่งลึกเข้าไปในกรอบเขตโทษ สำหรับเน้นเกมส์อุด

AT 20 : นักเตะทีมเราจะมายืนล้อมนักเตะคู่แข่งที่ครองบอลอยู่ โดยจะยืนล้อมทุกทิศทาง
AT 10 : นักเตะทีมเราจะมายืนล้อมนักเตะคู่แข่งที่ครองบอลอยู่ในระยะพอดี
AT 0 : นักเตะทีมเราจะมายืนล้อมนักเตะคู่แข่งที่ครองบอลอยู่ระยะห่าง เพื่อเตรียมเล่นเกมส์สวนกลับ

การปรับสไตน์ที่แนะนำ
การปรับสไตน์นี้ไม่มีสูตรตายตัวเพราะแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน แต่พึงระลึกไว้ว่าการปรับค่าสูงๆจะมีผลต่อความล้าของนักเตะถ้าเราเล่นมาสเตอร์ ลีก มีสองอย่างที่แนะนำว่าควรจะปรับค่าให้สูงเข้าไว้คือ Position Switch, และ Pressing. Position Switch จะเป็นการสร้างโอกาสเกมส์รุกโดยทำให้คู่แข่งจับทางได้ยาก เพราะการสลับตำแหน่งจะทำให้คู่แข่งเดาไม่ถูก
ยิ่งใช้คู่กับ swap wing ก็จะยิ่งดีมาก Pressing การปรับค่าเพลสซิ่งให้เหมาะสมก็จะช่วยทีมเราในเรื่องเกมส์รับได้มาก เพราะการเพลสซิ้งจะช่วยให้คู่แข่งมีเวลาคิดและตัดสินใจน้อยลง มีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย
เปิดโอกาสให้เราเล่นเกมส์สวนกลับ


ที่มา: http://www.winning.in.th
Restore Default Settings